คำถามที่พบบ่อย

ตอบ : ยาอมแก้ไอตราตะขาบ ห้า ตัว รสมิ้นท์ รสบ๊วย และรสตะไคร้มีส่วนประกอบของน้ำตาลทราย 34.18 เปอร์เซ็นต์ (0.0215 g) หรือ 0.005 ช้อนชา/เม็ด  หากรับประทานตามที่ฉลากยาระบุไว้คือ อมครั้งละ 2-4 เม็ดเวลาไอ จะได้รับปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 0.172-0.344 กรัม หรือ 0.04-0.08 ช้อนชา (ปริมาณน้ำตาลในที่นี้คิดจากการรับประทานยาอมแก้ไอ 4 ครั้งต่อวัน) ซึ่งมีปริมาณน้อยประกอบกับระยะเวลาในการอมยาอมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที ซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดฟันผุได้ สำหรับยาอมแก้ไอตราตะขาบ ห้าตัว รสดั้งเดิม และรสสมุนไพร ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบจึงสามารถอมได้โดยไม่ต้องกลัวฟันผุ (ข้อมูลการเกิดโรคฟันผุ จากองค์การอนามัยโลก(WHO) พบว่า ยิ่งบริโภคน้ำตาลมาก ยิ่งมีฟันผุมาก อย่างมีนัยสำคัญ และถ้าบริโภคตั้งแต่ 50 กรัม/วันขึ้นไป จะมีผลต่อการเกิดโรคฟันผุ (Screebny LM., 1982) จึงแนะนำให้บริโภคน้ำตาลประมาณ 8-11 ช้อนชาต่อวัน)
ตอบ : การแปรงฟันหลังจากอมยาอมแก้ไอไปแล้ว 1 ชม. จะไม่มีผลกระทบต่อสรรพคุณของยา เนื่องจากสารสำคัญในการออกฤทธิ์แก้ไอ(active ingredient)จะไหลไปสู่ลำคอแล้ว และการออกฤทธิ์ในการแก้ไอไม่ได้เกิดขึ้นในช่องปากจึงไม่มีผลอย่างแน่นอน
ตอบ : คนเป็นโรคเบาหวานสามารถอม ยาอมแก้ไอรสดั้งเดิมและรสสมุนไพรได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำที่อยู่บนฉลากยา คือ อมครั้งละ 2-4 เม็ด เวลาไอ
ตอบ : ยาอมแก้ไอตราตะขาบ ห้า ตัว รสดั้งเดิมและรสสมุนไพร ประกอบด้วยสมุนไพร 9 ชนิด น้ำ และกลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์ ไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ยาอมแก้ไอตราตะขาบ ห้า ตัว รสมิ้นท์ รสบ๊วย และรสตะไคร้ ประกอบด้วย สมุนไพร 9 ชนิด น้ำ กลิ่นสีตามรสชาติ สารให้ความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาลZ sweetener) 0.06 เปอร์เซ็นต์ (0.0055 มิลลิกรัม) และน้ำตาล(sucrose) 34.18 เปอร์เซ็นต์ (21.5 มิลลิกรัม) ต่อยาอม 1 เม็ด
ตอบ : ตัวยาเป็นตัวเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันที่บรรจุภัณฑ์ เนื่องจากลูกค้ารุ่นใหม่บอกว่า ซองรสดั้งเดิมเป็นรูปตัวตะขาบดูน่ากลัวและซองดูเชย ไม่ทันสมัย บริษัทฯ จึงได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่และได้ทำการพัฒนายาอมรสชาดใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยซองใหม่จะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกัน คือ ซองรสสมุนไพร ซองรสมิ้นท์ ซองรสบ๊วย และซองรสตะไคร้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ยกเลิกซองรสดั้งเดิมแบบเก่าที่มีรูปตัวตะขาบซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทฯ
ตอบ : เมื่อเรารับประทานอาหาร ประสาทการรับรู้รส และ การรับกลิ่นจะทำงานพร้อมกัน  ทำให้สามารถรับรู้ได้ว่ากำลังรับประทานอะไร  และถ้าสิ่งที่เรารับประทานมีกลิ่นหรือรสชาดที่ชวนให้คลื่นไส้  ร่างกายจะทำการส่งกระแสประสาทไปกระตุ้นVomiting center ที่อยู่ในสมอง  ทำให้เกิดการคลื่นไส้ ดังนั้นยาขม ที่มีรสชาด  และกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนจึงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้  โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เคยรับประทานยาสมุนไพรมาก่อน  อาจจะเกิดอาการได้ง่ายกว่าผู้ที่เคยรับประทาน หรือ  ชินกับกลิ่นและรสชาดของยาสมุนไพรแล้ว
ตอบ : การกลืนยาทั้ง 30 เม็ดในครั้งเดียว ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย แต่อาจจะไม่ได้รับสรรพคุณของยา เพราะผลจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของยาอมแก้ไอ ตราตะขาบ 5 ตัว คือ สารสำคัญของตัวยาจะออกฤทธิ์โดยตรงต่อลำคอ ฉะนั้น ต้องอมเพื่อให้เม็ดยาค่อยๆละลาย และค่อยๆไหลลงสู่ลำคอ
ตอบ : ยาอมแก้ไอตราตะขาบห้าตัว สามารถนำมาดองเหล้าได้  เพราะในเนื้อยามีแต่สมุนไพรซึ่งไม่ได้มีอันตรายกับร่างกาย แต่ในเรื่องของสรรพคุณนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีสรรพคุณอย่างไร  เพราะวิธีการรับประทานยาผิดไปจากที่ได้ระบุไว้ ในเอกสารกำกับยา(ข้างหลังซอง)
ตอบ : อาการดังกล่าวอาจเกิดจากพฤติกรรม นอนดึก เครียด ท้องผูก ดื่มกาแฟ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ กินของรสเผ็ดร้อน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ จะเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคทั้งจากภายนอกและเชื้อที่อยู่ในช่องปากในยามปกติของร่างกายทำให้ก่อโรคขึ้นได้ ซึ่งเราสามารถดูแลและป้องกันโดยการกินอาหารที่มีรสหยิน ของขม พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก อย่าให้ท้องผูก กินผักมากๆ งดของทอดๆมันๆ หรือหวานจัด ควบคุมอารมณ์  ดื่มน้ำมากๆก็จะป้องกันโรคเจ็บคอได้ รวมทั้งยังป้องกันโรคอื่นๆที่เกิดจากภาวะเสียดุลของธาตุในตัวอีกด้วย
ตอบ : ไม่มีผลข้างเคียง เพราะยาอมแก้ไอ ตราตะขาบ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือก่อความระคายเคือง แต่จะมีผลทำให้ลิ้นดำ เนื่องจากคุณสมบัติของสมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสม และเมื่อเราแปรงฟันอาการลิ้นดำนั้นก็จะหายไปเอง
ตอบ : ในตัวยามีส่วนผสมของสมุนไพรหลายชนิดที่มีสรรพคุณช่วยในการบรรเทาอาการไอและทำให้ชุ่มคอ เช่น โง้วป่วยจี้และเฮ้งยิ้ง จะช่วยบรรเทาอาการไอ, ชะเอมเทศทำให้ชุ่มคอ แก้คอแห้ง ละลายเสมหะ ทำให้ยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวสามารถช่วยรักษาอาการไอได้
ตอบ : ยาเม็ด สังเกตว่าเม็ดยาจะแตกร่วน สีเปลี่ยนไป มีจุดด่าง ขึ้นรา หรือหากเป็นยาเม็ดเคลือบน้ำตาล เม็ดยาอาจเยิ้มเหนียวมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดไปจากเดิม ยาแคปซูล สังเกตว่าแคปซูลจะบวม พองออก หรือจับกัน ผงยาในแคปซูลเปลี่ยนสี เช่น ยาเตตราซัยคลินที่เสียแล้ว ผงยาจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตมาก
ตอบ : ไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจาก ยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว เป็นยาอมชนิดที่อมแล้วละลายในปาก ผ่านช่งคอ เพื่อรักษาอาการไอ ซึ่งจะไม่ผ่านเข้าสู่กระแสเลือด การให้นมบุตรจะให้ผ่านกระเลือด ดังนั้นจึงไม่มีผลข้างเคียงสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร
ตอบ : ยาขมเม็ด ตราตะขาบ 5 ตัว โดยแท้จริงแล้วมีสรรพคุณเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้มีพิษร้อน เบื่ออาหารและเป็นยาระบายอ่อน ๆ เท่านั้นแต่ที่ท้องเสียอย่า งแรงนั้น น่าจะเป็นจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่การใช้ยาขมเม็ด ตราตะขาบ 5 ตัว
ตอบ : สาเหตุของอาการไอก็มาจากสาเหตุหลายๆอย่างเช่น มีเชื้อไวรัสหรือมีเสลดอยู่ในลำคอ, ฝุ่นผงในอากาศ ฉะนั้นถ้าจะให้เป็นการรักษาที่ดีควรจะอมยา แล้วให้เม็ดยาค่อยๆ ละลายและไหลลงช่องคอ ซึ่งตัวยาจะไปรักษาอาการและแก้ได้ตรงจุดมากกว่าการทานยาและกลืนเข้าไป ยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว นอกจากจะฆ่าเชื้อไวรัสบางตัวและละลายเสลดได้แล้ว ยังช่วยทำให้ลำคอไม่แห้งและทำให้อาการระคายเคืองในลำคอหายไปแต่ที่ผู้บริโภคใช้ทานทีละ 30 เม็ดและดื่มน้ำตามนั้นไม่เป็นอันตรายใด ๆ แต่เป็นวิธีการใช้เฉพาะบุคคล
ตอบ : ทางบริษัทฯ มีนโยบายในการสร้างคุณภาพของสินค้าจนในปัจจุบันโรงงานได้มาตราฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีตัวเลือก นอกจากนั้นยังค้าขายด้วยความมีน้ำใจ และซื่อตรงต่อร้านค้าพร้อมกับสร้างและพัฒนาทีมงานเพื่อความมั่นคงของบริษัทฯ อยู่แล้วค่ะ
ตอบ : คนที่เคยผ่านการผ่าตัดมาแล้ว สามารถอมยาตราตะขาบได้ ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
ตอบ : คนที่กำลังรักษาแผลผ่าตัด สามารถอมยาตราตะขาบได้ ไม่มีผลข้างเคียงต่อแผลผ่าตัด แต่อย่างใด
ตอบ : คนท้องสามารถอมยาตราตะขาบได้ ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง แต่อย่างใด
ตอบ: ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมของตัวยานั้น เวลาโดนน้ำ จะมีสีดำจึงมีผลทำให้ลิ้นมีสีดำและสำหรับการทำให้ลิ้นหายดำนั้น ถ้าได้รับการ ทำความสะอาดลิ้นแล้วสีดำที่ติดอยู่ที่ลิ้นนั้นก็จะจางหายไปเอง
ตอบ : สามารถอมยาตราตะขาบได้ แต่ควรยึดหลักการบริโภคยาอมตราตะขาบตามเอกสาร กำกับยาที่อยู่ด้านหลังซอง
ตอบ : ยาอมตราตะขาบโดยส่วนใหญ่จะเป็นสมุนไพรจีน ส่วนชื่อตัวยานั้น ให้ดูได้ที่เอกสารกำกับยาที่อยู่ด้านหลังซอง และยาอมตรา
ตะขาบก็ไม่มีส่วนผสมของตะขาบ แต่อย่างใด
ตอบ : ยาอมตราตะขาบสามารถผสมกับน้ำอุ่น หรือน้ำมะนาว แล้วใช้กวาดคอ เพื่อรักษา อาการเจ็บคอได้ และการผสมยากับน้ำอุ่น หรือ น้ำมะนาวนั้นยังสามารถช่วยให้ ยาเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะน้ำมะนาวยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ดังนั้นการผสมยากับน้ำอุ่นหรือน้ำมะนาวดังกล่าวจึงไม่มี ผลทำให้สรรพคุณของยาลดลง
ตอบ : เนื่องจาก ทางบริษัทฯ ยังไม่ทราบถึงความต้องการของลูกค้าสำหรับ “ยากวาด และ ยาขม” อย่างแน่นอน จึงมีผลทำให้กำลังการผลิตไม่สม่ำเสมอ ซึ่งทำให้ในบางครั้ง ผลิตภัณฑ์ขาดตลาด แต่ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำข้อคิดดังกล่าวกลับไปพัฒนา และ สำหรับร้านขายยาที่จำหน่าย นั้น ส่วนใหญ่จะอยู่แถวบริเวณสามแยก เช่น ร้านขายยา ตงเฮงจั่น (จักรวรรดิ) , ร้านขายยา เต็กเฮง

Member Access